This note is published. Edit Note
Optical Keyboard Switches ย่างก้าวใหม่ของคีย์บอร์ด
ในขณะที่หลายคนยังคงใช้คีย์บอร์ดแบบรับเบอร์โดม ในขณะที่หลายคนยังไม่รู้จักคีย์บอร์ดแมคคานิคอล ในขณะที่หลายคนเพิ่งเริ่มจะรู้จัก และเพิ่งจะได้สัมผัสแมคคานิคอลคีย์บอร์ด อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้คงสามารถพูดได้ว่า คีย์บอร์ดที่ถือเป็นมาตรฐานสำหรับเกมเมอร์ คือคีย์บอร์ดแบบแมคคานิคอล
คีย์บอร์ดแบบแมคคานิคอลถือว่าเติบโตมาอย่างต่อเนื่องและมีการพัฒนามาโดยตลอด ทั้งตัวสวิตส์ก็ดี เรื่องไฟที่เพิ่มสีสันก็ด้วย รวมถึงรูปร่าง หน้าตา และขนาด ที่มีมากมายหลายหลาก ซึ่งแกนหลักสำคัญของคีย์บอร์ดเหล่านี้ก็คือสวิตส์ สวิสต์ที่เราๆ รู้จักกันดี ดังๆเลยก็ Cherry, Kailh, Gateron, Outemu, Alps รวมไปถึงพวกสวิตส์จากค่ายตนเอง จากแบรนด์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Razer, SteelSeries และอีกหลายๆชื่อ ที่ไม่ได้พูดถึง
ซึ่งถ้าให้พูดแล้ว สวิตส์ที่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากที่สุดก็คงไม่พ้น Cherry MX ซึ่งถูกใช้เป็นหลักในการแบ่ง และเปรียบเทียบสวิตส์รุ่นต่างๆ ในท้องตลาดอยู่เสมอๆ อย่างเช่นสวิตส์ Linear, Tactile, Clicky เวลาอ้างอิงก็มักจะนำไปอ้างอิงกับ Cherry MX กันเป็นปกติ
ที่นักการเกริ่นไปนั้น นักการกำลังจะบอกว่าตอนนี้ มีสวิตส์รูปแบบใหม่ เกิดขึ้นมาแล้ว นั่นก็คือ Optical Switches ซึ่งเป็นสวิตส์ที่ถูกพัฒนามาเพื่อใช้ในคีย์บอร์ดแมคคานิคอล โดยเจ้า Optical Switches จะมีความเหมือน และแตกต่างจาก แมคคานิคอลแบบที่เราๆ คุ้นเคยกันอย่างไร เดี๋ยวนักการจะค่อยๆ เล่าให้อ่านด้วยความกระชับ

Flaretech Switches จาก Adomax

TESORO โดย Gateron Optical Switches
หน้าตาของ Optical sw มันก็ยังคงเหมือน Mechanical sw เกือบจะทุกอย่าง โดยอ้างอิงหน้าตา รูปทรงของ Cherry mx เป็นหลัก ... และ Optical sw ยังคงมีส่วนประกอบที่สำคัญอย่างสปริง และแกนสวิตส์เช่นเดียวกับ Cherry mx รวมถึงมีกลไกสำหรับทำให้เกิดเสียง และฟิลลิ่งสัมผัสแบบ Tactile, Clicky ด้วยเช่นกัน

ในจุดที่ Optical sw แตกต่างจาก Cherry sw และแมคคานิคอลสวิตส์ตัวอื่นๆ นั่นคือระบบของการสั่งการในตัวมัน เดิมทีสวิตส์อย่าง Cherry mx จะมีหน้าสัมผัสวัสดุทองแดงอยู่ข้างใน เวลากดสวิตส์แต่ล่ะครั้ง หน้าสัมผัสก็จะแตะๆ ปล่อยๆ กันตามจังที่เรากด ซึ่งหน้าสัมผัสซึ่งเป็นทองแดง มันจะมีการเสื่อมสภาพตามลักษณะการใช้งาน รวมถึงสภาพแวดล้อม อุณหภูมิ และความชื้น ก็จะส่งผลต่ออายุการใช้งานของมัน ด้วยประเด็นนี้ Optical sw จึงถูกพัฒนาขึ้นมาโดยใช้ แสงเป็นตัวสั่งการแทน


เมื่อใช้แสงเป็นตัวสั่งการ ให้สวิตส์อยู่ในสถานะ เปิด หรือ ปิด ก็จะไม่จำเป็นต้องมีหน้าสัมผัส หรือหน้าคอนเทค หลักการทำงานก็คือใช้แสงยิง ใส่เซ็นเซอร์ โดยมีกลไกของสวิตส์ทำหน้าที่ เปิด ปิดลำแสงนั้น ก็จะเป็นเหมือนการ แตะๆ ปล่อยๆ ของหน้าสัมผัสนั่นเอง
ในตอนนี้เท่าที่นักการตามดูข้อมูล จะมี Optical Switches จาก 3ค่ายหลักๆ ซึ่งได้แก่ Light Strike Switches จาก A4tech, Flaretech Switches จาก Adomax และ Gateron Optical Switches จาก Gateron โดยแต่ล่ะค่ายตอนนี้ ถึงแม้จะใช้หลักการ Optical sw บนพื้นฐานเดียวกัน แต่มันก็มีรายละเอียด และความเฉพาะตัวที่แตกต่างกันออกไป อันนี้ต้องลองมาดูกันในแต่ล่ะตัว


Light Strike Switches หรือจะเรียกสั้นๆว่า LK sw ก็แล้วกันนะครับ สำหรับ LK sw จากที่นักการดูข้อมูลมา จากคลิ๊ป ภายในสวิตส์ของ LK sw จะมีตัวปล่อยลำแสง และตัวรับลำแสง อยู่ภายในตัวสวิตส์ เวลาเรากดสวิตส์ จะมีแกนของสวิตส์ทำหน้าที่เป็นตัวปิด เปิดลำแสงดังกล่าว ตอนไม่กดลำแสงก็จะถูกกันไว้โดนแกนสวิตส์ และเมื่อกดมาถึงจุดนึง แกนสวิตส์ก็จะเปิดให้ลำแสงวิ่งไปถึงตัวรับ ตัวรับก็ส่งสัญญาณต่อไปยังชิปให้ประมวลผลต่อไป ซึ่ง Light Strike Switches นั่นจะมีส่วนของขาสวิตส์ เพื่อบัดกรีลงบน PCB แต่ในอนาคตก็อาจจะทำเป็นรุ่นที่ไม่ต้องบัดกรีก็เป็นไปได้เช่นกัน

Gateron Optical Switches จะเป็นสวิตส์ที่ถูกจับใส่อยู่ในคีย์บอร์ด TESORO Excalibur SE Spectrum ในขณะที่ทาง TESORO เคลมว่าเป็น TESORO Optical Swithes แต่จากข้อมูลที่นักการเจอมา มันคือสวิตส์จากค่าย Gateron ครับ หลักการยังเหมือนกับ LK sw ครับ แต่ว่าสวิตส์ของ Gateron จะมีความพิเศษกว่านั้นคือ ไม่จำเป็นต้องบัดกรีสวิตส์ลง PCB โดยจะมีการติดตั้งตัวปล่อย-รับลำแสงไว้บน PCB แล้วใช้สวิตส์ Gateron มาเป็นตัวปิด-เปิดลำแสงดังกล่าว ด้วยกลไกที่อยู่ในตัวสวิตส์ เมื่อเป็นอย่างนี้ ทำให้เราสามารถถอดเปลี่ยนสวิตส์ได้อย่างง่ายดายครับ เพราะไม่ต้องบัดกรี ดังนั้นเมื่อเป็นอย่างนี้เราสามารถคัสตอมได้ด้วยตัวเองเลยครับว่าเราจะอยากได้ฟิลลิ่งสัมผัสแบบไหน Linear Tactile หรือ Clicky เพราะในตัวสวิตส์มีส่วนประกอบที่ทำให้เกิดฟิลลิ่งสัมผัสแบบเดียวกันกับ Cherry mx

Flaretech Switches จะเป็น Optical Switches ที่มีความพิเศษแตกต่างจากสองตัวข้างต้น ในขณะที่สวิตส์สองตัวข้างต้นนั้น ทิศทาง การจัดวางชุดลำแสง อยู่ในแนวขวาง ระนาบกับพื้น แล้วให้กลไกของสวิตส์มาตัดลำแสงดังกล่าว ... ทางฝั่ง Flaretech Switches กลับจัดวางการปล่อยสำแสงไว้ในแนวตั้ง บน PCB จะมีตัวปล่อย-รับลำแสง โดยปล่อยให้ลำแสงไปสะท้อนกับกลไกของสวิตส์ซึ่งอาจเป็นเลนส์สะท้อนกลับมายังตัวรับ ด้วยเทคโนโลยีของเจ้า Flaretech Switches ทำให้มันเป็น Optical Switches แบบ Analog ... เป็นไงเหรอ? อ่ะอ่านต่อ

ปกติสัญญาณดิจิตอล จะมีค่าเป็น 0 กับ 1 ในทางสวิตส์คือ กด - ปล่อย เมื่อ Flaretech Switches เป็น Analog มีการส่งสัญาณแบบ Analog ทำให้มันสามารถบ่งบอกความแตกต่างของการกดได้ เช่นเรากดสวิตส์ไป 1 ใน 4 ของช่วงกด มันจะตีค่าออกมาเป็น 0.25 และถ้ากดไปครึ่งนึงของช่วงกด มันก็จะได้ค่าเป็น 0.5 พอเรากดจนสุด ก็จะเท่ากับ 1 ... อธิบายแบบเห็นภาพชัดกว่านั้นคือ ให้นึกภาพคันเร่งของรถยนต์ครับ เหยียบจนมิด รถก็วิ่งที่ความเร็วสูงสุดนั่นเอง

Flaretech Switches เป็นสวิตส์อีกตัวที่ไม่จำเป็นต้องบัดกรีลงบน PCB ครับ ดังนั้นเช่นเดียวกับ Gateron คือเราสามารถถอดเปลี่ยนมันได้เอง จัดวางตำแหน่งได้เองว่าส่วนไหนจะเลือกให้มีสวิตส์ที่ฟิลลิ่งสัมผัสแบบใด

Flaretech Switches จะอยู่ในคีย์บอร์ด Zowie Celeritas II ที่กำลังจะวางขายในบ้านเราเร็วๆนี้ โดยก่อนหน้านั้นมันเริ่มต้นใน Kickstarter อยู่ในคีย์บอร์ด Wooting ONE (https://wooting.nl/)
จากข้อมูลและรายละเอียดข้างต้น นักการคิดว่าคงทำให้เข้าใจหลักการทำงานของสวิตส์ตัวใหม่นี้กันได้ชัดเจนขึ้นนะครับ ข้อมูลอาจยังคลาดเคลื่อนอยู่บ้างเล็กน้อย ไว้ชัดเจนกว่านี้นักการจะอัพเดทอีกที
สรุปแบบกระชับๆ ว่าเจ้า Optical Switches มีดี มีเด่นกว่า สวิตส์แบบเดิมอย่างไร ก็คงมีดังนี้
ไวกว่า / ทนกว่า / ปรับเปลี่ยนง่ายกว่า / ใช้คีย์แค้ป MX เดิมได้
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลกับนักการได้ http://m.me/VRKEMISTRY // Line ID : @kemistry // kemistry.in.th